สัปดาห์ที่ 3 วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2556
สัปดาห์นี้อาจาร์ประชิดได้บรรยายถึงประวัติศาตร์ของการประดิษฐ์ตัวอักษร หรือก็คือการทำ Font นั่นเองซึ่งก็มีมาตั้งแต่สมัยโบราณนานมาแล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าใครเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นมาใช้งานเป็นคนแรก ที่ไหน อย่างไร นั้นแต่ละชนชาติต่างก็มีเรื่องราวความเป็นมาจนถึงช่วงเวลาที่ถูกบันทึกไว้แตกต่างกันออกไป และสำหรับประเทศไทยเรานั้น Font ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นชุดแรกก็คือหลักศิลาจารึกในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชนั้นเองคับ
ในส่วนนี้ผู้เขียนขออนุญาติข้ามรายละเอียดปลีกย่อยทางประวัติศาตร์(ลองไปค้นกันดูเน้อ)มาเข้าเรื่องหลักๆที่อาจารย์บรรยายไว้ในสัปดาห์นี้ก่อนนะครับ
นั่นคือรูปแบบและการทำ Font ในยุคปัจจุบันนั่นเอง จะสังเกตุได้ว่าการประดิษฐ์ตัวอักษรในสมัยโบราณนั้นมีความยากลำบากมากมาย ถึงขนาดต้องแกะสลักบนแท่งหินกันเลยทีเดียว แต่สำหรับปัจจุบันนี้ที่มีเทคโนโลยี่ก้าวไกลระดับ 3G คุณสามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์ที่จำเป็นติดตั้งไว้ในเครื่องเท่านั้น
แต่ถ้าจะลงลึกไปถึงรายละเอียดมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไรที่จะสร้าง Font ที่ใช้งานได้ขึ้นมาสักชุด เพราะความต้องการนำไปใช้ในงานที่หลากหลาย ทำให้การออกแบบต้องมีความรัดกุมและตรงกับจุดประสงค์ที่จะนำไปใช้งานด้วย
อาจารย์ได้บรรยายต่อเนื่องมาถึงเรื่องของ Typeface ซึ่งผู้เขียนได้ไปศึกษาดูพบว่าสามารถแบ่งได้เป็น2ประเภทใหญ่ๆคือ serif (แบบมีเชิง) กับ sans serif (แบบไม่มีเชิง)
1.serif (แบบมีเชิง) แบบเซริฟคือแบบอักษรที่มีขีดเล็ก ๆ อยู่ที่ปลายอักษรเรียกว่า เซริฟ ดังที่ปรากฏในตัวอักษรตระกูล Times แบบอักษรชนิดนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าแบบโรมัน (roman) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากอักษรที่จารึกไว้ในหินของอาณาจักรโรมัน เซริฟมีส่วนช่วยในการกวาดสายตาไปตามตัวอักษร ทำให้อ่านง่าย และนิยมใช้สำหรับพิมพ์เนื้อความ
2.sans serif (แบบไม่มีเชิง) ซานส์เซริฟก็มีความหมายตรงข้ามกันคือไม่มีขีดที่ปลายอักษร
และมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าแบบกอทิก (gothic)
อักษรชนิดนี้ไม่เหมาะกับการเป็นเนื้อความ
แต่เหมาะสำหรับใช้พาดหัวหรือหัวเรื่องที่เป็นจุดเด่นซึ่งมองเพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม ฟอนต์สมัยใหม่ที่ได้รับการออกแบบในคอมพิวเตอร์
อาจมีทั้งแบบเซริฟและซานส์เซริฟปะปนกันในฟอนต์หนึ่งๆ
ลักษณะโดยทั่วไปของไทป์เฟซ(อ้างอิงจาก http://th.wikipedia.org)




