วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Final Project FROZEN



     หลังจากพยายามอยู่นานในที่สุดฟอนต์ชุดแรกในชีวิตผมก็สร้างเสร็จจนได้ ถึงจะเป็นการเอาของอาจารย์มาดัดแปลงก็เหอะ อิอิ ขอตั้งชื่อว่า FROZEN นะคับเพราะได้แรงบันดาลใจจากอนิเมชั่น
เรื่องล่าสุดของดิสนี่ย์ อันที่จริงไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะทำฟ้อนต์ได้สำเร็จทีแรกยังนึกว่าการออกแบบและสร้างฟ้อนต์เป็นอะไรที่ยากและต้องทำนานมากๆ แต่พอได้เรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการทำที่ถูกต้องมันกลับไม่ยากอย่างที่คิดเลยคับ(ถ้าเอาแค่ทำเสร็จนะคับ)

     แต่หากจะทำฟ้อนต์ที่สมบูรณ์แบบจริงก็เป็นอีกเรื่องนึงเพราะต้องเก็บรายละเอียดให้เนี้ยบจริงๆ
ซึ่งฟ้อนต์ของผมเองก็ยังมีจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขอยู่มากครับ

     สุทท้ายนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์ประชิดมากๆเลยครับ จากการสอนของอาจารย์ในทุกๆคาบมันเป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและมีประโยชน์มากๆครับ




วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สัปดาห์ที่ 7 18 ธันวาคม 2556 โปรแกรม FontLab Studio

 



          สัปดาห์นี้อาจาร์ยสอนวิธีใช้งาน FontLab Studio ซึ่งเป็นโปรแกรมสร้าง Font ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของนักออกแบบตัวอักษรและตัวพิมพ์ทั่วโลกมา ช้านาน
(ล่าสุดเวอร์ชั่น 5.2 สามารถดาวน์โหลดรุ่นทดลองใช้ได้ที่ http://www.fontlab.com/font-editor/fontlab-studio/)

          โดยรวมแล้วก็คือเป็นโปรแกรมที่ใช้ Edit Font ระดับมืออาชีพสามารถนำเข้าและส่งออก TrueType, Type 1 และ OpenType รวมถึงเครื่องมือสำหรับตกแต่ง Font รวมไปถึงแก้ไขโค้ดอีกมากมายหลากหลายชนิดที่ว่าเล่นกันได้จนเพลียเลยทีเดียว



      สำหรับวันนี้ผู้เขียนได้เรียนรู้วิธีใช้งานคำสั่งและเครื่องมือต่างๆใน เบื้องต้นแล้ว จึงได้ทดลองใช้ด้วยตนเองดูปรากฏว่า..ยากไม่ใช่น้อยอยู่เหมือนกันคับ   แต่เล่นไปเรื่อยๆก็รู้สึกว่าไม่ยากอย่างที่คิด(เอ๊ะยังไง^^)  
      เพราะหลายๆคำสั่งใน FontLab นั้นมีส่วนคล้ายกับโปรแกรม illustrator+Photoshop อยู่ไม่น้อยจึงทำให้เข้าใจง่ายกว่าที่คิด (ใหม่ๆอาจมีงงบ้างเล็กน้อยผมก็งงเหมือนกัน อิอิ) ขณะนี้ผู้เขียนเองก็ยังลองผิดลองถูกอยู่ ไว้โอกาศหน้าจะมาอัฟเดตความคืบหน้าอีกครั้งนะคับ

สัปดาห์ที่ 6 11 ธันวาคม 2556 การออกแบบ Font ให้มีมาตรฐาน



          หลายคนอาจคิดว่าการสร้าง Font คือการออกแบบตัวอักษรขึ้นมาสักชุดนึงจากนั้นโยนเข้าไปในโปรแกรมสำหรับสร้าง Font นำไปผ่านกรรมวิธีต่างๆในโปรแกรมก็จะสามารถแปรรูปออกมาเป็น Font ให้เราได้ใช้งานกันง่ายๆ แต่แท้ที่จริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

          โดยรวมแล้วหลักในการทำ Font ก็เป็นอย่างที่กล่าวไปในข้างต้นเพียงแต่ขั้นตอนในการทำยังมีรายละเอียดที่ไม่อาจละเลยได้อย่างเช่น การกำหนดสัดส่วนและโครงสร้างที่เป็นมาตรฐานให้กับ Font ของเรายกตัวอย่างเช่น

           ด้านบนนี้คือ Font ที่ผ่านการปรับปรุงสัดส่วนโครงสร้างแล้วเราจะเห็นได้ว่ามีขนาดสูงต่ำตามลำดับไหล่ที่เป้ะๆ แม้จะเป็นการผสมระหว่างอักษรไทยและ ENG ก็ตาม

           ส่วนอันนี้คือ Font ที่ออกแบบมาแล้วเสร็จแต่ไม่มีการกำหนดโครงสร้างให้เป็นมาตรฐาน ถึงแม้จะดูกลมกลืนเป็นดีไซน์เดียวกัน แต่การวางตำแหน่งและการเว้นระยะของตัวอักษรก็มีความสะเปะสะปะ
ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

           ดังนั้นแล้วการกำหนดสัดส่วนโครงสร้างจึงมีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆในการสร้าง Font อย่างไม่ต้องสงสัย ในจุดนี้สามารถไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของอาจารย์ประชิดคับ
http://typefacesdesign.blogspot.com/2011/12/cru-font-family.html

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

สัปดาห์ที่ 3 วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2556

 

   สัปดาห์นี้อาจาร์ประชิดได้บรรยายถึงประวัติาตร์ของการประดิษฐ์ตัวอักษร หรือก็คือการทำ Font นั่นเองซึ่งก็มีมาตั้งแต่สมัยโบราณนานมาแล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าใครเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นมาใช้งานเป็นคนแรก ที่ไหน อย่างไร นั้นแต่ละชนชาติต่างก็มีเรื่องราวความเป็นมาจนถึงช่วงเวลาที่ถูกบันทึกไว้แตกต่างกันออกไป และสำหรับประเทศไทยเรานั้น Font ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นชุดแรกก็คือหลักศิลาจารึกในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชนั้นเองคับ  
   ในส่วนนี้ผู้เขียนขออนุญาติข้ามรายละเอียดปลีกย่อยทางประวัติาตร์(ลองไปค้นกันดูเน้อ)มาเข้าเรื่องหลักๆที่อาจารย์บรรยายไว้ในสัปดาห์นี้ก่อนนะครับ

   นั่นคือรูปแบบและการทำ Font ในยุคปัจจุบันนั่นเอง จะสังเกตุได้ว่าการประดิษฐ์ตัวอักษรในสมัยโบราณนั้นมีความยากลำบากมากมาย ถึงขนาดต้องแกะสลักบนแท่งหินกันเลยทีเดียว แต่สำหรับปัจจุบันนี้ที่มีเทคโนโลยี่ก้าวไกลระดับ 3G คุณสามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์ที่จำเป็นติดตั้งไว้ในเครื่องเท่านั้น
   แต่ถ้าจะลงลึกไปถึงรายละเอียดมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไรที่จะสร้าง Font ที่ใช้งานได้ขึ้นมาสักชุด เพราะความต้องการนำไปใช้ในงานที่หลากหลาย ทำให้การออกแบบต้องมีความรัดกุมและตรงกับจุดประสงค์ที่จะนำไปใช้งานด้วย
   
   อาจารย์ได้บรรยายต่อเนื่องมาถึงเรื่องของ Typeface ซึ่งผู้เขียนได้ไปศึกษาดูพบว่าสามารถแบ่งได้เป็น2ประเภทใหญ่ๆคือ serif (แบบมีเชิง) กับ sans serif (แบบไม่มีเชิง)



   1.serif (แบบมีเชิง) แบบเซริฟคือแบบอักษรที่มีขีดเล็ก ๆ อยู่ที่ปลายอักษรเรียกว่า เซริฟ ดังที่ปรากฏในตัวอักษรตระกูล Times แบบอักษรชนิดนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าแบบโรมัน (roman) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากอักษรที่จารึกไว้ในหินของอาณาจักรโรมัน เซริฟมีส่วนช่วยในการกวาดสายตาไปตามตัวอักษร ทำให้อ่านง่าย และนิยมใช้สำหรับพิมพ์เนื้อความ


   2.sans serif (แบบไม่มีเชิง) ซานส์เซริฟก็มีความหมายตรงข้ามกันคือไม่มีขีดที่ปลายอักษร และมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าแบบกอทิก (gothic) อักษรชนิดนี้ไม่เหมาะกับการเป็นเนื้อความ แต่เหมาะสำหรับใช้พาดหัวหรือหัวเรื่องที่เป็นจุดเด่นซึ่งมองเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ฟอนต์สมัยใหม่ที่ได้รับการออกแบบในคอมพิวเตอร์ อาจมีทั้งแบบเซริฟและซานส์เซริฟปะปนกันในฟอนต์หนึ่งๆ

ลักษณะโดยทั่วไปของไทป์เฟซ(อ้างอิงจาก http://th.wikipedia.org)

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

งานชิ้นที่1 What is Font? 

หาความหมาย ของคำว่า ตัวอักษร และ ฟอนด์

        Font เป็นกลุ่มของตัวอักษรข้อมูลที่พิมพ์ได้ หรือแสดงผลได้ที่กำหนดแบบและขนาด ประเภทการออกแบบสำหรับชุด font คือ typeface และการแปรผันของการออกเพื่อสร้างเป็น typeface family เช่น Helvetica เป็น typeface family, Helvetica italic เป็น typeface และ Helvetica italic 10-piont คือ font ในทางปฏิบัติ font และ typeface ใช้โดยไม่เน้นความแม่นยำ outline font เป็น ซอฟต์แวร์ typeface ที่สามารถสร้างช่วงขนาดของฟอนต์ bitmap font เป็นการนำเสนอแบบดิจิตอลของฟอนต์ที่มีขนาดตายตัว หรือจำกัดกลุ่มของขนาด ซอฟต์แวร์ outline font ที่นิยมมาก 2 โปรแกรมปัจจุบัน คือ true type และ adobe's type 1โดยฟอนต์ true type มากับระบบการ Windows และ Macintosh ส่วน type 1 เป็นมาตรฐาน outline font (ISO 9541) ทั้งฟอนต์ true type และ type 1 สามารถใช้กับเครื่องพิมพ์ adobe's postscript (ถึงแม้ว่า) adobe พูดว่าฟอนต์ type 1 สามารถใช้ได้เต็มที่กับภาษา post script

(อ้างอิงจาก)http://www.com5dow.com/%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B9%8C-it/995-font-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3.html